โง่นี่...
ความรู้สึกแบบเสาร์อาทิตย์กลับมาเยี่ยมอีกครั้งหลังจากหายไปนานกว่าหกเดือน
และแล้วเราก็จำความรู้สึกตอนยุ่งมากๆสายตัวแทบขาดไม่ได้
ก็ไม่เห็นจะรั้งอะไรเอาไว้ได้จริงสักอย่าง
แล้วก็ยับยั้งอะไรให้มันไม่เกิดก็ไม่ได้
(จำเค้ามาพูดทั้งปี...)
วันวิสาขบูชาที่ผ่านมา เราไปวัดแล้วก็ดีใจที่ว่าคนล้นวัดเลย
แต่เราก็พบว่าไม่สามารถไปนั่งฟังพระสวด"ด้วยจิตศรัทธา"ที่ไหนได้นอกจากที่นี่ เพราะอาทิตย์ที่แล้ว ที่บ้านรับเป็นเจ้าภาพสวดอภิธรรมท่านเจ้าคุณอดีตเจ้าอาวาสวัดหนึ่ง.. เราเกือบหลับ ทั้งปนหงุดหงิดเป็นอกุศลไปว่าพระที่นั่นสวดชวนง่วง น่าเบื่อ แต่ที่เวฬุวันเนี่ย พระท่านสวดกระฉับกระเฉงมาก เราแทบสวดตามไม่ทัน เรียกว่า ตลอดเวลาชั่วโมงกว่าๆไม่มีเบื่อไม่มีหาวเลย
เฮ้อ คนเราเนอะ ก็มีที่ชอบที่ไม่ชอบ ใครก็เป็นน่า...
เริ่มจัดตารางให้ตัวเองอีกแล้ว เลยพบว่า เฮ้อๆๆๆ
ก็ยังเป็นแค่คนที่ อยาก - จะ - เป็น----
ยังดีนะ ที่ยังไม่ยกตนมากไปกว่านี้
วูบนึงก็ท้อเล็กๆ (แต่ไม่ถอย) ว่า หนทางมันช่างลางเลือน
แต่ท่านก็สอนว่า คิดอะไรดีๆได้แล้วก็ดีกว่าไม่คิดเลย ก้าวเล็กๆก็ดีกว่าไม่ก้าวเลย
วันนี้เลย "แกล้ง" ปล่อยตัวเองให้สะเปะสะปะ โมโหโกรธาโลบโมโทสัน เพื่อจะดูให้เห็น "ตามจริง"
แต่เฮ้ย ... มันฝืดน่ะ ทำปุ๊บ มีเสียงเตือนระงับตัวเองปั๊บ
คงเพราะฝึก "กดทับ" ตัวเองมาจนชิน ตอนนี้เลยงงๆแฮะ ว่าแท้ที่จริงแล้วเราเป็นธรรมชาติแล้วหรือแค่ฝืน
การภาวนาที่แท้จริงตามที่ท่านสอน ไม่ใช่การระงับความคิดแต่เป็นการทันความคิด และรู้ความคิด ไม่ใช่การพยายามปรับแต่งอกุศลให้เป็นกุศล แต่คือการทันความรู้สึกนึกคิดที่เป็นไปทั้งในทางกุศลและอกุศล
เราก็ได้แต่จำคำสอนท่าน แต่ปฏิบัติแล้วก็ยังไม่เข้าใจแจ่มแจ้ง..
ปฏิบัติ (แบบนี้) มานานเท่าไร?
ตอบ หนึ่งวัน
เห็นมะ... คนเรา นึกว่าตัวเองฉลาดล้ำ ทำปุ๊บต้องเห็นปั๊บ
ตามดูใจ อย่างจริงจังวันแรก ไม่ได้เริ่องเลย หลุดไปซะ ๙๙ เปอร์เซนต์
ไม่รู้ ไม่ทัน ไม่เข้าใจ ซะส่วนมาก
ไม่เป็นไร ตามใหม่ ตามไปจนกว่าจะเป็น เดี๋ยวก็รู้ว่าเราหลอกตัวเองหรือเปล่า
เวลาที่รู้ตัวว่าโง่เนี่ย... มันโล่งดีนะ เพราะโลกมันกว้างขึ้น ฟ้ามันสูงขึ้นทันตา
ภาษาคนซะหน่อย
ในที่สุดวันนี้ เอี๊ยะก้วยก็พูดว่า
"ในเมื่อพ่อของข้าทำเช่นนี้ เรื่องแก้แค้นก็ช่างมันเถอะ"
เฮอะๆๆ กว่าเอี้ยก้วยจะเข้าใจ จะค้นพบและจะยอมรับว่าตัวเองเคยมี "มิจฉาทิฏฐิ"ก็ทรมานตัวเองมานานโดยใช่เหตุ แต่เอี้ยก้วยก็มีคุณธรรมพอที่จะยอมรับง่ายๆว่าตัวเองได้รับข้อมูลผิดมาตลอด และยอมฟังความจริงให้ตาสว่าง และเห็นเรื่องแก้แค้นที่สุดแสนจะเคยยิ่งใหญ่เป็นแค่เรื่อง สะบัดปลายผมก็ลืมได้ และดำเนินชีวิตต่อไป ก็นับว่าเอี้ยก้วยเป็นวีรบุรุษแล้วล่ะ